what else do you need
 เพื่อให้ได้รูปนี้มา ลงทุนเอาผ้าไปปูพื้นในสวนรกๆแล้วนอนถ่ายรูปขึ้นมาค่ะ ใช้ aperture 22 เอาเล็กสุดเลย อยากให้มันมืดๆตัดกับฟ้าสดๆ
(ดูรูปที่เหลือได้ข้างล่างค่ะ)
ที่วังน้ำเขียวหนาวมากๆ ต้องใส่เสื้อกันหนาวอุ่นๆ หมวกไหมพรม กางเกงขายาว อากาศดี สบายมากๆ อยากให้กรุงเทพเย็นสบายๆ อากาศบริสุทธิ์แบบนี้มั่งจัง
คิดถึงมาริจังกับซารุโซบะมากๆ ไม่ได้เอาไปด้วย เพราะคิดว่าคงจะซนจนหนีเข้าป่าแน่ๆ หรือไม่ก็เบื่อ เพราะถ้าเอาไป ก็ต้องเอากรงใหญ่ๆไปด้วย ไม่อยากขังเค้าอ่ะ ไม่ชอบ แต่ก็ปล่อยในห้องไม่ได้ เพราะมีรู ถ้าหนีเข้าป่าแล้วมีความสุขก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ อย่างมากก็คงจะคิดถึงมาริมากจนร้องไห้ตาบวมไปเจ็ดปี แต่ถ้ามันตายน่ะสิ ไม่อยากจะคิด เพราะในป่ามีตัวน่ากลัวๆอยู่เยอะ (จริงๆมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก ก็แค่เสือ หมูป่า นก ช้าง เท่านั้นเอง) มีรอยเท้าเสือด้วย กับเท้าวัวกระทิง แต่คราวนี้ไม่เห็นค่ะ ป๊าบอกว่ามีรอยเท้ากวาง แต่มันอยู่ในป่า ต้องเดินเข้าไปอีกเยอะ ขี้เกียจ T^T เคยเจอรอยเท้าวัวกระทิง ใหญ่มากๆ ใหญ่กว่าฝ่ามือเราเยอะเลย ไม่น่าเชื่อ ตื่นเต้น เวลาเข้าป่า จะกลัวรบกวนสัตว์ป่า ก็เพราะนี่มันบ้านเค้า เราแค่มาเยือน ต้องทำตัวเป็นแขกที่น่ารักใช่มะ
ตั้งใจจะไปถ่ายรูปเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่ปากช่องด้วย แต่มาถึงกลับได้ชมเทศกาลหนังนานาชาติโดยเสด็จพ่อแทน ^_^'' ไปถึงก็จัดที่นั่ง เตียงผ้าใบ ทีวี ให้ดูหนังสามเรื่องซ้อนเลย อย่างกะฉายควบตามโรงหนังเล็กๆเลย ^_^T ดีจริง ป๊าจู่ๆก็ชอบดูหนังซะงั้น ลูกๆเลยสบายเลย คราวนี้ก็มีความสนใจตรงกันอีกเรื่องหนึ่งจนได้ ทำให้มีวัฒนธรรมแลกเปลี่ยน ป๊ามีหนังไรหนุกๆก็เอามาแลกกัน อิอิ...
แต่เพราะอย่างนี้น่ะสิ กว่าจะดูจบสามเรื่อง (จริงๆมันก็เยอะไปนะป๊า ตาจะหลุดอยู่แล้ว ไม่ให้ลุกไปไหนด้วย อ๊าก) ก็เย็นแล้วค่ะ อดเลย อ้อนไม่สำเร็จ ไม่มีใครยอมเป็นเหยื่อพาเราไปปากช่องเลย ทั้งๆที่มันก็อยู่ห่างออกไปแค่หนึ่งชัวโมงการขับรถ ฮือๆๆๆ
 ไฟเย็น...
ย้อมใจด้วยพลุเล็กๆแทน เอาน่ะ ถ่ายพลุแทนก็ได้น่า สวยเหมือนกัน ให้น้องๆจุด ป๊าม๊าชม ส่วนเราก็เป็นตากล้อง แหม ท่านี้ซะดิบดี มีขาตั้งกล้องด้วยนะเออ ซ้อมใหญ่ แกจุดตรงนี้นะ แล้วหันมาทางนี้นะ ได้ๆ จะเอา iso ต่ำๆเนอะ จะได้สวยๆ shutter speed น้อยๆ อย่างนู้นอย่างนี้ ความจริงก็มั่วไปเรื่อย
พอถึงเวลาจุดพลุจริง บอกน้อง เฮ้ย เริ่มที่ประกายดาวก่อนเลย ท่าทางจะเล็กๆง่ายๆ ฟังจากชื่อ ท่าทางจะเป็นประกายเย็นๆเล็กๆเหมือนดอกไม้ไฟ ว่าแล้วก็ตั้งขากล้องแบบมุ่งมั่น
ฟู่....เสียงเชือกไส้ไหม้.... ฟู่.....ซื่อออออ.....เอาล่ะนะ ไหม้จะหมดแล้ว.... ฟื้บบ... เงียบแล้ว สงสัยโดนข้างในแล้ว เราเตรียมตัวกดชัดเตอร์...
วี๊ดดด ตู้มมมมมมมม!!! ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม! เสียงกึกก้องกัมปนาทไปทั่วหุบเขา ดอกไม้ไฟระเบิดสีสันกรีดกรายกลางอากาศ
กรี๊ดดดด! ตากล้องคว้าขาตั้งกล้องขึ้นมาเหนือหัวทั้งดุ้นทั้งๆที่กล้องยังเสียบอยู่ข้างบนนั่นแหละ แล้วก็หลับหูหลับตาวิ่งๆๆๆๆสุดตีนหมาร้องกรี๊ดกร๊าดเอาตัวรอดจากเหตุการณ์มรณะ
รู้ตัวอีกทีก็มากอดป๊าม๊าที่นั่งดูอยู่ห่างๆนั่นแหละ กอดทั้งๆขาตั้งและกล้องที่คาอยู่นั่นแหละ หลังทุกคนนิ่งสงบสติอารมณ์ได้สักพักก็ระเบิดหัวเราะกัน โดนล้อเลย ทุเรศจริงตู โง่ไง ไม่รู้ว่าประกายดาวคือไอ้ที่เสียงดังที่สุด ระเบิดใหญ่ที่สุด เหมือนพลุดอกไม้ไฟอ่ะ มีตั้งห้าหกลูก นึกว่าประกายดาวจะมีประกายเย็นๆเหมือนไฟเย็นที่ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร ตอนซื้อไม่ได้รู้เรื่องอะไรเล้ยย แหะๆๆๆ อดเลย อดถ่ายรูป แถมไปตอกย้ำภาพพจน์ทุเรศๆอุบาวท์จิ้งเหลนให้ป๊าม๊ายิ่งฝังใจอีกตู ... เฮ้อออ...
สุดท้ายเลยถ่ายไฟเย็นนี่แหละ เหมาะกับตากล้องฝึกหัดแบบป๊อดๆอย่างเรา... T^T
วันต่อมา ไปทำบุญทอดกฐินกัน รอตั้งนาน กว่าจะเสร็จก็เที่ยง อย่างนี้ล่ะน๊า ให้รอทำบุญบ่นไม่อยากรอ แต่ทีรอดูหนังหรือรอเที่ยว รอได้ไม่บ่น ที่วัดนี้ทานมังสวิรัติกันเลยได้กินมังอร่อยๆเพียบเลย น้องชายได้ถือบาตรให้พระฝรั่งองค์หนึ่งด้วย ดีจริง ป๊าม๊าปลื้มกันยกใหญ่ บอกว่าได้บุญ เราเลยตามไปถ่ายรูป แต่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ยังใช้ไม่ค่อยเป็นเลย -_-''
กลับบ้านก็ถือโอกาสถ่ายรูปๆๆๆรอบๆบ้านซะเลย พยายามหามุมใหม่ๆ เพราะมาทีไรก็ถ่ายที่นี่จนเกือบทุกซอกทุกมุมแล้ว ก่อนถ่ายไปจู๋จี๋กะป๊าม๊าด้วยการย้อมสีผมให้ซะเลย ปาดซะ แล้วก็เกลี่ยๆให้เข้ากัน (ฟังแล้วยังกะทำเค้ก) สนุกดี ได้ดูแลเค้าบ้างก็ดีใจแล้วเนอะ ช่วงนี้ดู๋ดี๋กะป๊ามากหน่อยเพราะคุยกันถูกคอเรื่องต้นไม้ ป๊ารักต้นไม้ ปลูกต้นไม้ จบเกษตรแม่โจ้มาก่อนไปเรียนต่อบริหาร ยังไงๆป๊าก็ผูกพันกับต้นไม้มากๆ เลยขอคำแนะนำซะหน่อยเพราะเราเองก็ชอบแต่ปลูกต้นอะไร ก็ตายเรียบ ขนาดกระบองเพชรที่ว่าบักอึดแล้วนะ ยังเคยคอหลุดกันเห็นๆ เหวอออ... เลยต้องขอคำปรึกษาซะหน่อย หุหุ...
มากรุงเทพก็ไม่ถือว่าร้อนมากนะ อากาศเริ่มเย็นๆขึ้น ตั้งแต่กลางเดือนตุลามายังไม่เคยเปิดแอร์เลย อยากช่วยโลก ฟังดูน้ำเน่าเนอะ เหมือนเป็นกระแส แต่ว่าเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ ตั้งแต่ก่อนดูหนัง algore แล้ว อยากมีส่วนร่วมช่วยทำให้โลกนี้มันดีขึ้นบ้าง ธรรมชาติมีแต่ลดลง แย่ลง ถ้าหากเราจะทำอะไรได้บ้างที่จะช่วยยื้อช่วยยึดช่วยรักษาและปกป้องเค้าที่คอยดูแลเรามาตลอดได้บ้าง ก็คงจะดีมากๆๆ เพราะสุดท้ายก็เราเองนี่แหละ ที่จะมีความสุขกายสุขใจมากขึ้น
พยายามไม่เปิดแอร์ ปิดไฟที่ไม่ใช้ ไม่รับถุงพลาสติก ตอนนี้ใช้ถุงผ้าถุงหนังที่ใช้มาตลอดต่อไป ถ้าซื้อถุงผ้าใหม่ เราว่ามันก็ทำลายโลกอยู่ดีนั่นแหละ เพราะในการสร้างถุงผ้าใหม่ ก็ต้องมีขั้นตอน มีการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงอะไรบ้างล่ะ เลยต้องเน้นการ happy กับอะไรที่มีอยู่แล้วและยังใช้ได้ดีอยู่ ถึงจะช่วยโลกได้จริงเนอะ
ผลพลอยได้คือ ค่าไฟลดลง เย้ๆๆๆ ประหยัดสองต่อ หุหุ...
อยากให้ที่นี่เย็นฉ่ำเหมือนวังน้ำเขียวจัง... เหมือนติดแอร์ตลอดเวลา แถมมีหมอกด้วย สดชื่นนนน ไม่เหมือนเปิดแอร์ เปิดแอร์แล้วเย็นแต่ไม่สบายเรื่อยเลย แต่ที่นู่น หนาวมากนะ ไม่ใส่เสื้อหนาวก็ไม่เป็นหวัด สงสัยเราเว่อร์กระแดะจัด 5555 ฉดชื่นนนนนนนนน
ดีใจที่ป๊าไปที่นู่นแล้วไม่ได้ไปสร้างตึกปูน ไม่งั้นคงเสียดายป่าสวยๆเย็นๆที่ใช้เวลาเป็นสิบปีในการเติบโตกว่าจะเป็นต้นใหญ่ร่มเย็นแย่เลย ป๊าทำบ้านเล็กๆสองสามหลังแบบเรียบๆ แล้วก็เน้นต้นไม้เยอะๆ ดีใจ ^^ ตกดึกมีแมวมาหา มาแอบกินขนมที่วางไว้ กระรอกป่าก็มาแทะกล้วย ดีใจที่ยังไม่มีเสือมาแวะเปิดตู้เย็นขโมยของกิน แต่กินไม่ได้หรอก ป๊ากินมัง มีแต่ของมังเต็มตู้ 555 จึ๋ยยย ห่วงป๊าแทนเฟ๊ยย ในรอบสามปีมานี้ ป๊าบอกว่าเคยมีช้างพลัดเข้ามาตัวเดียว เป็นช้างป่า ท่าทางตัวโต ป๊าเดาจากเสียงฮู่มแปร๊นของมัน เพราะตอนนั้นเป็นตอนกลางคืน ป๊าไม่กล้าออกไปดูน่ะเสะ บอกว่าเสียงดังมาก น่ากลัว ตอนเช้าออกไปดู เป็นรอยเท้ามันเลย แต่ห่างจากบ้านไปนะ ไปย่ำในสวนอีกฟากแทน 555 ตื่นเต้นแทน o_O
มาถึงก็จุ๊บๆมาริเลย ซารุไม่ยอมให้จุ๊บ หนีเข้าบ้านไม้หลังใหม่ไป แป่ว นอนด้วยกันด้วย ดีจัง รักมาริมากเลย ^^
มาดูตัวอย่างภาพกันบ้างดีกว่า
 นอนค่ะ นอนกับพื้น แล้วกลัวงูมาจุ๊บๆค่ะ นอนไป ได้ยินเสียงซวบ! แกรกๆ ใจสั่นเลย นึกว่าซวยแล้วไงตู งูมาแล้ว ไปนอนทับบ้านมันทำไม (หญ้ารกสูงมาก สูงเท่าเราเลย) T^T ตะโกนเรียกป๊าม๊า จะได้ยินไม๊เนี่ย ถ้าถูกกัดเนี่ย... ที่ไหนได้ ใบหญ้าแห้งๆติดผมข้างๆหูค่ะ เลยได้ยินเสียงซวบแกรกๆตลอดเวลา โง่อีกแล้ว...
 น้ำผุด ป๊าพยายามสอนให้ทำเองเป็นอยู่ จะได้เอามาทำวางไว้ในหอ พอดีลมพัดตอนถ่าย สวยแบบเหวอๆไปเลย
 อันนี้ต้องยกเครดิตให้ป่าป๊า ป๊าเป็นคนที่เรียก บอกว่าดูนี่สิ ถ่ายจากมุมนี้สวยนะ มีมูลี่บังอยู่ สมแล้วค่ะ ตอนหนุ่มๆป๊าเล่นกล้องเหมือนกัน nikon เหมือนกันด้วย ภูมิใจที่เป็นลูกป๊านะ อิอิ
 สวยจังค่ะ อิจฉาแมลงตัวนี้ที่ได้ทานอะไรหวานๆธรรมชาติๆ (เดาเอาว่ามันคงจะกินน้ำหวาน)
 เหมือนฟ้าประทานเนอะ ไม่ได้แต่งเลยเช่นกัน มหัศจรรย์มาก ธรรมชาติของเรานี่
 อันนี้ถ่ายระหว่างนั่งอยู่ในรถขากลับกรุงเทพ สวยมากๆค่ะ
 ต้นอะไรสักอย่าง ดอกสีสดอย่างกะการ์ตูน ไม่ได้แต่งภาพเลยนะคะ สีสดอย่างนี้จริงๆ
 อะไรเอ่ย เดาได้ไหม? สปอร์หลังใบเฟิร์นยังไงล่ะค่ะ
 ขากลับกรุงเทพ ฟ้ามืดๆ แบบหมอกลง ไม่ได้แต่งภาพเลยค่ะ aperture 22
 ขนุนจ้า แต่มันทำให้นึกถึงถนนหินในยุโรปกะโรม
 รังนกค่ะ ไม่ใช่รังนกแบรนด์นะ ไม่กิน ไม่ชอบ สงสารพ่อนกแม่นกลูกนกทีต้องตาย หวังว่าอันนี้จะเป็นรังนกประดิษฐ์ค่ะ
ตอนนี้หัดถ่ายรูปด้วยกล้อง D-SLR อยู่ ใครสนใจอยากแวะชมดูภาพ แสดงความเห็นหรือแนะติชมได้นะคะ อัลบั้มเต็มอยู่ที่ www.linina.com/photo-wnk07.html ค่ะ
|