good morning, teacher

คติของเราในการสอนก็คือ

1. learn คุณจะเรียนอย่างไรก็ได้ ขอให้คุณได้เรียนก็แล้วกัน เพราะแต่ละคนย่อมมีวิธีการเรียนรู้ไม่เหมือนกันไปหมดเสียทุกคน บางคนต้องเรียนไปด้วย chat ไปด้วย บางคนต้องตั้งใจฟังอย่างเดียว บางคนเรียนรู้ด้วยการแสดงออก บางคนเรียนรู้ด้วยการพูดสอนเพื่อน

 

แปลกๆหน่อย บางคนก็เรียนไปด้วยแอบกินหนมไปด้วย คุยโทรศัพท์ไปด้วย ทั้งนี้จะอย่างไรก็ได้ ขอให้คุณได้เรียนในแบบวิถีของคุณก็แล้วกัน

 

2. respect เอาล่ะ ทีนีเมื่อกี้บอกว่าเรียนยังไงก็ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอะไรในห้องนี้ก็ได้ อย่างน้อยคุณก็ต้องเคารพผู้อื่นในห้อง คุณต้องเคารพตัวคุณเอง เคารพเพื่อนร่วมห้องของคุณ และเคารพครู

 

อย่างที่มาคุไปคาบสองก็เพราะเด็กชายสี่คนเล่นเกมคอมพ์ (ซึ่งปกติเราก็จะไม่ห้ามอยู่แล้ว ตราบใดที่เค้าทำงานเสร็จเรียบร้อย และไม่รบกวนผู้อื่น แต่ถ้าเดินไปแล้วงานไม่เสร็จมีโดน) แล้วเล่นกันแบบว่าไม่สนใจอะไรแล้ว อันนี้โมโหมากกก เพื่อนๆกำลัง present อยู่ก็ไม่ฟัง ถามว่าเมื่อกี้เพื่อนพูดอะไรไป ก็ตอบไม่ได้....

 

อันนี้เรียกว่าคุณไม่เคารพตัวคุณเองที่พ่อแม่อุตส่าห์ส่งคุณมาเรียน คุณไม่เคารพเพื่อนร่วมห้องที่เค้ากำลังเสนองานที่พวกเค้าตั้งใจทำตั้งสามชั่วโมงมาให้คุณๆดู และคุณไม่เคารพครูที่กำลังพูดคุยกับคุณ

กรุณาปรับปรุงตัวด่วนนนนนน

 

3. fun & creativity วิธีการเรียนในห้องนี้ก็คือ การเรียนโดยการเล่น เราสนับสนุนให้เด็กเล่นกันเยอะๆ เล่นในที่นี้ก็คือการเล่นโดยการหัดลองสร้างผลงานต่างๆที่สร้างสรรค์และแหวกแนว

 

play hard, work hard เด็กๆจะบ่นกันว่างานหนักสุดๆ แต่หลายคนก็มาขอบคุณเยอะเหมือนกันว่าได้เรียนจริงๆแถมยังจำได้อีกด้วย เพราะสนุกแล้วก็ฮามากๆ เด็กบางคนบอกว่า วิชานี้เป็นวิชาเดียวในเทอมที่อยากมาเรียนโดยไม่ต้องฝืนใจเลย (อ้ะ จริงหรอ งือออออ ดีจายยยยย >.<) ในห้องจะมีการหัวเราะ ตบมือ เป่าปากกันเปี๊ยวป๊าว แซวเล่นกัน คุยกัน ไม่ค่อยเกร็ง ครูใจดีฮ่ะ มาสายไม่ว่า แต่ต้องส่งงานนะเธอ ขาดเรียนต้องมีเหตุผลไม่งั้นต้องมา make up ส่งงานด้วย สรุปไม่ค่อยดุเรื่องระเบียบแต่เน้นเรื่องว่าเด็กได้เรียนจริงๆหรือเปล่า

 

ถ้าไม่ได้ มีการสอนตัวต่อตัว (แต่...อ่ะ แฮ่มมม... ต้อง speak english เท่านั้นนะจ้ะ อย่าให้ใครมาดูถูกพวกเธอได้ว่าจบอินเตอร์ซะเปล่า แต่พูดอังกฤษไม่ได้ รู้ไม๊ - นักเรียนบ่นกันเยอะ อิอิ เวลาถามหรือตอบเราเป็นภาษาไทย จะบอกว่า what? can you please try to say that in english? เด็กจะมีการอึ้งสองสามวิ แล้วก็รวบรวมสติมาถามใหม่ มีตะกุกตะกักบ้างแรกๆ เราก็จะพยายามให้กำลังใจ บอกว่าอื้อๆๆ yes, that's good. take your time. we have time, but just please try to say that in english, ok? ;) ) แจกเบอร์โทรเรียบร้อย โทรมาถามได้ทุกเมื่อ ในแต่ละคาบพยายามคิดกิจกรรมสนุกๆให้เด็กเพื่อเป็นสือในการเรียนรู้ เช่น เกมโชว์ พรีเซ้นท์กลุ่มหนุกๆ อิอิ...ผลก็คือ ครูหนุกได้ด้วยเลย เย้! (อ้าว สรุปนี่ทำเพื่อตัวเองหรือเปล่าเนี่ย? >.<)

 

อ่าว แล้วใครบอกว่า การเรียนจะต้องมีแต่ตำรา การท่องจำที่น่าเบื่อเล่า?

 

ไม่ได้ๆๆๆ ห้องนี้จะต้องมีแต่ความสนุก แต่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ได้ขึ้นใจ เพราะการเรียนรู้ผ่านความสร้างสรรค์จะได้ผลกว่านะสิ (อันนี้ไม่ได้อ้างอิงจากผลการวิจัยไหนหรอก ดิชั้นเอาประสบการณ์การเรียนของตัวเองทั้งที่ชอบไม่ชอบมาเป็นหลักน่ะ ผิดถูกไม่รู้ รู้แต่ท่าทางจะได้ผลแฮะ อย่างวันก่อน เด็กจำได้ขึ้นใจแม้ผ่านมาอาทิตย์นึงแล้วว่าการทำ index ใน word ต้อง mark ด้วย alt+shift+x 555555 ขำสุดๆ ตอนนักเรียนพร้อมใจกันท่องขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายหรือโดยที่เราไม่ได้ถามเล้ยยยย ดีๆๆๆๆดีมากกกกกกกกกกกกก แสดงว่าหลอนใช้ได้ 555)

 

วันศุกร์เป็นวันเกิดของนักเรียนคนหนึ่ง เลยให้ทั้งห้องร้องเพลง hbd ให้ 5555 มีการกระแทกจังหวะด้วย เสียงดังเชียวจนต้องบอกว่าให้เบาๆหน่อย เกรงใจห้องอื่นเค้า 555

 

มีความสุขจริ๊งงงง เพิ่งรู้ว่าการสอนหนังสือนี่มันสนุกนะ ตราบใดที่เราทุ่มเทหัวใจให้มันเต็มที่ เป้าหมายของเราคือการหาจุดแข็งของเด็กให้เจอ แล้วสนับสนุนเค้าให้เต็มที่ ดึงความสามารถเค้าออกมาให้หมด ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วเด็กอาจจะเก่งเกินครูอย่างเราไปก็ได้ นั่นไม่สำคัญ เพราะเราเองก็มีข้อจำกัดทางความสามารถเหมือนกัน เด็กบางคนมีจุดอ่อน มีปมด้อยบางประการที่เค้าไม่มั่นใจ เราก็ต้องชี้ให้เค้าเห็นว่าทุกอย่างนี้เป็นสิ่งสมมุติ ไม่มีอะไรจีรัง แม้กระทั่งปัจจัยต่างๆที่เค้ากำลังมองว่าเป็นอุปสรรคต่อความสุขในชีวิตเค้า หรือต่อการเรียนรู้ของเค้า อย่าไปยึดติดมันจนมันฉุดขาให้จมลงดินไม่อยากก้าวเดินต่อไป...

 

บางวันสอนเสร็จเร็ว ก็ไปเชียร์เด็กที่สนามฟุตบอล ฮาดี หรือว่าบางทีก็ไปเดินดูตลาดนัดกับนักเรียน แล้วก็นั่งพูดคุยกัน เด็กมีความในใจเรื่องต่างๆ

 

อยากจะบอกว่าเธอไม่ต้องกลัวนะ เธอไม่เดียวดายหรอก แล้วอีกอย่างเธอก็ยอดเยี่ยมมากด้วย เรื่องอื่นๆอย่าไปให้ความสำคัญกับมันเลย มันจะผลักเธอออกมาจากเป้าหมายและความสุขที่แท้จริงของเธอนะ รู้ไม๊ ยังไงก็ครูเอาใจช่วยนะ ขอให้ก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคง ซื้อสัตย์กับความฝันของตัวเองแล้วก็ใส่เกียร์ลุยให้มันเต็มที่ไปเลย

 

ตอนนี้ไม่ใช่เด็กแล้วนะ งานเยอะจะมาบ่นเป็นเด็กมัธยมไม่ได้ เด็กมหาลัยน่ะ ต้องเก๋าเหนือชั้นกว่าเยอะ ต้องแสดงความเหนือชั้นออกมาให้เห็นสิ งานต้องสู้ อย่าให้ใครมาดูถูกได้ ครูไม่อยากจะมานั่งบ่นตักเตือนเรื่องพฤติกรรมหรือระเบียบวินัย เพราะพวกเธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว ขอให้ prove ตัวเองให้ได้ด้วยว่าความไว้วางใจที่ครูมอบให้พวกเธอไม่การเสียเปล่า ขอให้รับผิดชอบหน้าที่ของตัวให้ได้ดีที่สุดนะ ใครจะเปรี้ยวจะแร่ดจะเท่ห์จะซ่าส์ยังไงเข้าห้องมาก็ได้ ห้องนี้ไม่มีการตัดสินคนที่เปลือกนอกหรือการแต่งตัวหรือฐานะหน้าตาเชื้อชาติศาสนาหรือสำเนียงการพูดจาของใคร แต่ครูจะตัดสินที่ตัวตนและความรับผิดชอบ การคิดได้ ความสำนึกที่ตัวเธอมีต่อตัวเองและผู้อื่น เพราะ...นี่คือโลกใบใหญ่ ที่แท้จริงที่กำลังรอเธออยู่ ถ้าวันนี้เธอเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ไม่ได้ หรือถ้าเธอยอมรับมันไม่ได้ ถ้าเธอไม่เก่งจริง ไม่ real ไม่เคารพผู้อื่น เธอคงจะกลายเป็นอีกหนึ่งผู้ใหญ่ที่จะมีแต่ความทุกข์และปมในใจในวันข้างหน้าแน่ๆ...

 

อย่าหลงทางนะ ตอนนี้มีผู้ใหญ่หลงทางหลายคนแล้ว ผู้ใหญ่ที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ที่ไม่แน่ใจว่าเงินที่หามาได้หามาเพื่ออะไร... คิดให้ได้เร็วๆล่ะ ;)

 

เอ้อ...เผลอยาวจนได้ อิอิ ป่านนี้เด็กๆคงจะท่องกันได้แล้วว่า learn, respect, fun&creativity เพราะย้ำบ่อยเหลื๊อเกินนนน -_-''

 

จะว่าไป เราเองก็คล้ายๆกับครูแทนไทเหมือนกันนะ ตอนเจอกันใหม่ๆ จำได้เลยว่าบทสนทนาแรกๆคือเรื่องการสอนการเรียนในสังคมไทยนี่แหละ จำได้ว่าอัดอั้นกันทั้งคู่ทั้งที่เพิ่งเจอกันใหม่ๆ คุยกันถูกปากมาก เพราะเราสองคนมีอุดมการณ์และความเห็นเรื่องการเรียนคล้ายกันมากๆ จนบางทีเราเองกลับไปฝ่ายที่ emotional เยอะจนเค้าต้องเบรก เพราะเซ็งระบบการเรียนที่ใช้วิธีข่มเด็ก สุดท้ายผลของมันใหญ่หลวงกว่าที่จะเห็น ครูบางคน พอเด็กนักเรียนถามมากก็ด่านักเรียนว่าลองภูมิ นั่งหลังไม่ตรงก็ด่า กินขนมก็ด่า (จำได้ว่ากรูก็เป็นประเภทต้องกินไปด้วยเรียนไปด้วย ไม่งั้นมันไม่เข้าหัว) สอนแบบสักแต่สอนๆๆๆไปจนจบคาบ หยิบหวีมาหวีผมในห้องก็โดนด่า เอามือเท้าคางก็ด่า หาว่าไม่เคารพครู พูดเอ่อ...อั่มมม ก็ด่า บอกว่าดัดจริต พอติดต่อออฟฟิศก็โดนว๊าก มาสายเพราะรถติดก็โดน ลืมทำการบ้านมา (จำได้วิชา accounting ปีหนึ่ง) โดนครูสั่งให้ออกมายืนเรียงหน้ากระดานหน้าห้อง แล้วด่าเรียงคน โอ๊ววว นี่มันอนุบาลหมีน้อยหรือนี่? จะจดโน๊ตก็ไมให้จดบอกว่าเดี๋ยวไม่ตั้งใจฟัง (อ้าว ก็วิธีการเรียนรู้ของตูคือต้องจดนี่หว่า ตูเป็นประเภท tactile หรือต้องมาการเรียบเรียงความจำในรูปแบบของการเขียนนี่หน่า ซวยละ ไม่ให้จด)

 

จำได้ว่าเรียนดีขึ้นในปีสามปีสี่เพราะจารย์ปล่อย แล้วนักเรียนแต่ละคนได้มีโอกาสในการค้นพบวิธีการเรียนรู้ของตัวเองตาม style ใคร style มัน แต่ก่อนหน้านั้น มีแต่ฮิตเล่อร์จนไม่มีใครกล้าถามอะไรอีกแล้ว ไม่เข้าใจก็เก็บเงียบ เดี๋ยวตูถามเพื่อนตูเองดีกว่า กลายเป็นงั้นไป แล้วครูจะมีไว้ทำไมเนี่ย

 

หรืออย่างโรงเรียนไทยงี่เง่าที่สุด ครูชอบสอนแบบไม่รู้เรืองในห้อง แล้วให้การบ้านยากๆเยอะๆ พอจบชั่วโมงก็บอกว่า เนื่องจากเนื้อหามีเยอะ พวกเธอต้องเรียนเพิ่มเติมก็ดีนะ ครูสอนพิเศษเสาร์อาทิตย์ด้วย มีสนามเด็กเล่นที่บ้านครู มีขนม อาหารกลางวันให้พร้อม ราคาย่อมเยาว์ บอกผู้ปกครองเธอได้นะ ถ้าเธอไม่เรียนพิเศษก็จะไม่ทันเพื่อนคนอื่นที่มาเรียนนะจ๊ะ ครูไม่บังคับนะ แต่เธอควร... แล้วสุดท้าย เราก็ต้องไปเรียนนั่นแหละ ไม่งั้นเรียนไม่ทันจริงๆ เหมือนสอนในห้องแบบมั่วเพื่อนักเรียนจะได้ไปเรียนพิเศษกับครู แล้วถามว่าใครได้เงิน ก็ครูนั่นแหละ ไม่ใช่โรงเรียน

 

จำได้ตอนนั้นเราเรียน แต่เพื่อนเราไม่ได้เรียน เพื่อนเราน่าสงสารมากๆ ทำการบ้านไม่ได้เลย เราต้องมานั่งสอนต่อ ซึ่งก็สอนไม่ไหวเพราะมันเยอะมากจริงๆ สองชั่วโมงยังไม่เสร็จเพราะครูเค้าสอนทีเดียวรวดทั้งวันเสาร์อาทิตย์อ่ะ มานั่งนึกอีกทีตอนโต นี่หรือจิตสำนึกของครูไทย(บางท่าน) น่าอนาจว่ะ หาลำไพ่พิเศษอย่างเอาเปรียบเด็กๆและผู้ปกครองได้ลงคอ

 

ยังจำหน้าครูได้ติดตา ชื่อก็จำได้ ตอนนั้นครูเห็นเรายังเด็ก คงคิดว่าเด็กหลอกง่าย ไม่มีความคิด แต่คงจะลืมไปว่าสิ่งที่คุณทำมันจะติดตัวคุณไปตลอด ตอนนี้เด็กนักเรียนเหล่านั้นก็โตๆกันแล้ว เค้าคงจำคุณได้แหละ เช่นเดียวกับครูที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง มีหลายท่าน ส่วนมากจะมีจุดยืนที่ชัดเจน มีความรู้แตกฉานในเรื่องนั้น และมีสไตล์การสอนที่เข้าถึงเด็กๆอย่างเรา เลยจำได้เลย ส่วนครูใจดีเกิน จำไม่ได้สักคน ครูดุๆจำได้ ทั้งดีและไม่ดี

 

นักเรียนไทยเรียนในระบบว๊ากแบบนี้จนจบ จบแล้วก็หางานทำ เข้าสู่ระบบว๊ากใหม่ ทำงานแบบเก็บกด ไม่ใช้หัว ทำเช้าจบเย็น พอเลื่อนขั้นก็รับเอาการว๊ากแบบเนี้ยแหละมาอยู่ในจิตใต้สำนึก เป็นนายคนแล้วก็เอาวิธีนี้มาใช้ ลูกน้องก็โดนไปตามระเบียบ จบมหาลัยมาหมาดๆก็โดนอีก แล้วก็เลือนขั้นเป็นเจ้านาย มาลงที่ลูกน้องคนต่อไป เป็นลูกโซ่วงจรอุบาทว์ไม่จบสิ้น

 

แล้วเมื่อไหร่ สังคมไทย จะมีนักเรียนที่มาเรียนเพราะอยากเรียนจริงๆ เลือกเรียนวิชาหรือคณะนี้เพราะนั่นคือความใฝ่ฝันของเค้าไม่ใช่ของพ่อแม่หรือเพราะเป็นเหยื่อของความเชื่อผิดๆถึงมาเรียน มันเสียดายพลังงานของตัวนักเรียนเอง หรือ อาจารย์เอง หรือผู้อุปการะที่ส่งเสียเรียนน่ะ ทุ่มเททรัพยากรและพลังงานผิดด้าน แทนที่จะถึงแก่นแท้ของตัวเด็กจริงๆออกมา...

 

แล้วเมื่อไหร่ สังคมไทย จะมีนักเรียนที่มาเรียนเพราะมาเข้าใจโลก เข้าใจตัวเองจริงๆ ไม่ใช่มาทำคะแนน มีอะไรสงสัยไม่เข้าใจ กล้าถาม มีอะไรเข้าใจหรือต้องการแบ่งปันให้ทั้งห้องหรือครูรู้ ก็กล้าบอก

 

แล้วเมื่อไหร่ ตามที่ทำงานต่างๆ พนักงานล้วนแต่ตื่นเช้าอยากมาทำงาน ทำด้วยความสุข และสถานที่แห่งนี้เรียกว่า ที่ทำงานจริงๆ ไม่ใช่ นรก ที่ต้องคอยจ้องมองนาฬิกาให้มันถึงเวลาเลิกงานเร็วๆเสียที จะได้พ้นทรมานซะที

 

แล้วเมื่อไหร่ สังคมไทย จะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ยังอยู่ในกรอบของความเคารพซึ่งกันและกัน เคารพในความเหมือน และ เคารพในความต่าง ต่างฝ่ายต่างก็ยังเป็นตัวของตัวเองและมีความสุขที่ได้เต็มเติมซิ่งกันและกันอย่างนั้น

 

เรามาทำงานตรงนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อเงินตอบแทน แต่...เพื่อหวังว่า อย่างน้อยในเด็กเกือบร้อยคนที่สอนนี้ อาจจะมีบ้างสักคนสองคนก็ที่เราจะสามารถปลดปล่อยโซ่ทางสังคมที่คาดหวังรัดเหนี่ยวใจและปัญญาของเค้าได้อย่างแท้จริงตามแต่ที่กำลังกายและปัญญาเราจะอำนวย

 

อาจจะมีบ้างสักคนสองคนที่เราจะสามารถปลูกเมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์ในจิตใจเค้าได้ เพื่อที่ว่าถ้าเค้ารดน้ำเองอีกสักหน่อย ไม่แน่ ภายใน 5 ปี เมล็ดนั้นอาจโตเป็นต้นไม้ที่ร่มรื่นสวยงามเพื่อสังคมไทยได้แน่ๆ

 

หรืออย่างน้อยที่สุด เป้าหมายของเราก็คือ ให้พวกเค้าได้ค้นพบตัวเองจากการสังเกต ผลักดัน แล้วก็สนับสนุนของเราให้เค้าเจอตัวเอง

 

ไม่รู้สิ...ว่าที่คิดทั้งหมดนี่... เราเพ้อไปเองหรือเปล่า

 

ก็ได้แต่หวังแหละน๊า ว่าอาจจะมีสักคนก็ได้... เนอะ...

 

ไม่รู้ว่าการแหวกแนวแบบนี้ จะโดนเพ่งเล็งหรือเปล่า เหมือนพี่แทนที่ซื่อสัตย์ต่ออุดมคติของตัวเองจนโดนไล่ออกจากอัสสัมฯมาแล้ว โดนว่าว่าทำตัวไม่เหมาะสม นั่นสินะ เราเองก็ทานข้าวกับเด็ก ไปนั่งเชียร์บอลที่เด็กแข่ง เดินตบบ่าพวกเค้า (แต่งานเยอะโคตรๆ เด็กบ่น 555) ไหนจะการเมืองที่มหาลัยอีก ไม่มีใครแสดงตนชัดๆ แต่เราก็รู้สึกได้ มันช่างไม่แน่ไม่นอนเอาเสียเลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่...ชีวิตนี้ได้มีโอกาสสักครั้งที่จะได้ทำในสิ่งที่คิดมันถูกต้องแล้ว ก็ขอเต็มที่กับมันเลยละกัน จะผิดจะถูกในสายตาใคร ก็ขอวางไว้ตรงเท้าแบบนั้นแหละแล้วมองไปข้างหน้า ทำที่เรามั่นใจสุดๆละกัน อย่างน้อยคงจะไม่ทุเรศตัวเองในวันหลังว่าห่วงเงินจนกลายเป็นหมาสังคมไป 555 แรงไปมะ? ;p

 

เราน่ะ มีครูในอุดมคติ และเราจะพยายามให้ได้อย่างนั้นในแบบฉบับของเราเอง

 

โชคดีที่มีพี่แทนที่เข้าใจตรงนี้มากๆๆๆๆๆ ให้กำลังใจและสนับสนุนรับฟังตลอด บางทีตอนนั่งๆนอนๆกลิ้งไปมาว่าอาทิตย์นี้จะสอนไงดีว๊า ไม่ให้มันน่าเบื่อ (ก้อวิชาคอมพ์นี่มันสนุกได้เมื่อไหร่ ตอนสมัยเราเรียน เรายังโคตรเบื่อเลย อยู่หน้าคอมพ์ อะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้สักอัน โปรแกรมน่าเบื่อ -_-) คิดนานโคตรๆ เตรียมสอนก็นาน เพราะทำชีทเอง ไม่อยากให้เด็กมัวแต่กังวลเรื่องจดโพยจนเรียนไม่ทัน เลยทำชีทง่ายๆสักหน่อย มีอะไรจะได้จดเพิ่มต่อได้เลย ทำคอมพ์ก็ทัน คิดอะไรให้มันๆหนุกๆ เช่นแนะนำตัวเอง หรือทำการ vote เรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วสรุปมาเป็นตาราง กราฟ ฯลฯ ผ่านเครื่องมือในโปรแกรมเหล่านี้ ผลคือ มันส์โคตรๆ 555 ขำกระจาย เด็กเสนอว่า ให้ vote เรื่อง the best way to skip class หรือวิธีที่เจ๋งที่สุดในการโดดเรียนคาบของเรา 5555

 

บางคนเสนอให้ฆ่าตัวตายซะ เป็น excuse ที่น่าเชื่อถือที่สุด (เฮ้ยยย ห้ามทำจริงนะเฟ่ย) บางคนบอกว่าให้ปลอมจดหมายพ่อแม่ บางคนบอกว่าให้แกล้งอ้วกแตกในห้อง เอา..เอาเถอะ ทำรายงานขั้นสูง ทำ table of contents, index ต่างๆเหมือนทำวิทยานิพนธ์เลย (ของป.โท เก๊าะเอา format มาจาก thesis ของพี่แทนนั่นแหละ) แต่สอนให้จำง่าย เด็กเลยจำได้หมด ดีใจมากๆ ท่องกันจนบางคนบอกว่าหลอนเก็บไปฝันเหมือนกัน ก๊ากกกกกกก

 

หรือสอนทำ excel ขั้น basic กับขั้นกลาง ก็ให้ทำ mini group project สมมุติตัวเองเป็นนักวิจารณ์อาหารเหมือนใน ratatouille ทีต้องวิจารณ์อาหารที่อร่อยที่สุดกับยกชื่อร้านอาหารที่ห่วยที่สุดขึ้นมา แล้วนักวิจารณ์(กำมะลอ)แต่ละคนในกลุ่มก็ต้องให้คะแนนด้านต่างๆ เสร็จแล้ว หาค่าเฉลีย ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ของคะแนน ทำออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ทำกราฟอธิบาย โดยที่ต้องใช้วิธี format ต่างๆให้สวยงาม เช่น cell format, font/text/number/picture format, alt+enter เพื่อ wrap text, merge cells, การใส่สูตร แล้วก็ทำประวัติและฉายาของตัวเองด้วย ท้ายวิชามา present ให้ทั้งห้องฟัง สนุกมากๆ ขำกระจาย ชอบแฮะ ให้เด็กกล้าแสดงออก บางคนอาย ไม่กล้าพูดหน้าห้อง เราก้อจะยุ ทำตัวอย่างให้ดูว่าไม่ต้องเกร็ง พูดไปเรื่อยๆ เด็กเลยเริ่มมั่นใจ บางทีกลับแก่นเกินซะด้วยซ้ำ -*- แต่ก็ดี ยังไงก็ยังดีกว่าไม่กล้าเลย ตอนนี้คงต้องให้เค้าเต็มที่ไปก่อน เพื่อเรียนรู้ตัวเองแล้วค่อยหาจุดยืนตรงกลางที่เหมาะสมได้

 

อาทิตย์หน้า สอนขั้น advance อิอิ... ให้ทำอะไรดีน๊า

 

บางทีคิดไปคิดมา พี่แทนช่วยดูๆว่าเวิร์กเปล่า แถมช่วยคิดด้วย ได้ไอเดียดีๆจากพี่แทนเหมือนกัน บางอันก็ทุเรศเกิน 555 ไม่ไหวๆ แต่ก้อดี เหนื่อยๆก้อมีแม่กะน้องๆกะพี่แทนนี่แหละช่วยให้หายเหนื่อย

 

คนรอข้างเดี๊ยนเป็นครูกันหมดเลยหรือเนี่ย ตาก็ครู แม่ก็ครูที่ร่วมฤดี พี่แทนก็อดีตครู (ใครก็ได้ช่วยจ้างพี่แทนต่อที เค้าเป็นครูที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ เสียดาย ถ้าเราจะมีครูได้อีกทีตอนนี้นะ อยากเรียนชีวะกะตาคนนี้แหละ ทุกวันนี้ก้อยังได้เรียนจากพี่แทนอยู่ สนุกคอดๆ) น้าทั้งสองคนก็ครู ยายของพี่แทนก็ครู พ่อพี่แทนก็ครู 555

 

ส่วนเราจะเป็นครูที่ดีได้ไม๊น๊า... ยังไงก็พยายาม เราเองก็ต้องเรียนรู้อีกมากเหมือนกัน ทั้งตัวเองและนักเรียน จะพยายาม สู้ๆ เพื่อนักเรียนของเรา >.< ฟังน้ำเน่านะ แต่เพิ่งรู้ว่าการเป็นครูนี่มันเพื่ออุดมการณ์เพื่อสังคมจริงๆฟ่ะ มันเลยเหนือชั้นผลประโยชน์ตัวเองไปแล้ว... ไม่น่าเชื่อ... ไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกได้อย่างนี้มาก่อน...

 

เพื่อร่วมเป็นผู้สร้างสังคมที่น่าอยู่กว่านี้เยอะๆ สู้!

Posted on Mon 10 Sep 2007 2:05

อิอิ โลกนี้ต้องการคนแบบคุณอีกเยอะนะ ส่วนแทนไม่ต้องมีใครมาจ้างเค้าก้อสามารถเป็นครูของใครหลายๆ คนได้ (ทีได้อ่านหนังสือและเข้าwebของแทน)
zweb   
Fri 21 Mar 2008 12:20 [3]

อยากให้เมืองไทยมีครูแบบพี่และพี่แทนเยอะๆจัง

เป็นกำลังใจให้จริงๆนะคะ ชื่นชมๆ
เมล็ดฝัน   
Mon 21 Jan 2008 18:31 [2]

อ่านจบแล้ว ไม่มีอะไรจะเม้นท์

มันยาวโคด แค่จะบอกว่าอ่านจบแล้ว

(พยักหน้างึกๆๆ คิดไม่ออกว่าจะเม้นท์ไร....พูดไม่เถือกอ่ะ ไปดีกว่า)

ลืม... โชคดีเน่อ
p'uu   
Mon 10 Sep 2007 3:37 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

3 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>


painter party
ฮาเล๋ ปีใหม่
what else do you need
ด้วยรักจากเห็ดเอ็มเค
ภารกิจแว๊กว๊าก
และแล้วเธอก็กลับมา
just one mistake
aquarium aqualove
dobby bun
ไดอารี่สัปดาห์ยุ่งๆของฉัน
good morning, teacher
addiction
เมื่อป้าและลุงทั้งสามไม่เจียมสังขาร
photo toons: my slave part 1
อะไรกันมากมายเนี่ย??
empty shadows
my flower
bun simpsons (my avatar)
หนังในดวงใจตลอดกาล 7 เรื่อง
หิ่งห้อย กะ แมวเหมียว
การกลับมาอีกครั้งของป้าบันบันจิ
กัปตัน ยุก
ย้ายบ้านใหม่แร้ว...ย๊ะฮู้!!
ปังคุงรันทด
แง๊วด้วยหัวใจเสือ
อ๊ากกกก
ปลาเน่าลอยทะเล
พบรักครั้งใหม่
รายงานตัว
ใครสักคน